เทคนิคการอ่านเร็ว

จาก Research 2549, สารานุกรมฟรี

ขอพูดสรุปรื่องการอ่านเร็ว (ฉบับย่อ)

ปัญหา

  • อ่านช้า
  • เวลาน้อย
  • หนังสือเยอะ

ข้อเท็จจริง

  • อ่านแบบเด็กๆ อยู่ก็เลยช้า
  • สายตาเร็ว กว่าที่เราคิดไว้มาก
  • ความคิดเร็วกว่าการอ่าน เยอะมาก
  • ความเร็วเฉลี่ยการอ่านของคนทั่วไป (ภาษาอังกฤษ) 250 คำ/นาที
  • ความเร็วสูงสุดในที่มนุษย์อ่านได้มากว่า 20,000 คำ/นาที
  • เมื่อเราอ่าน สายตาจะมีการทำ fixation (หยุดทำความเข้าใจ)ที่แต่ละอักษร/หรือคำ (คือคนปกติจะประมวลผลทีละอักษร/คำ)
  • จริงแล้วขีดความสามารถของสมองทำ fixation ได้มากคำ อาจได้ทีละหลายคำ ทั้งประโยค ทั้งย่อหน้า หรือทั้งหน้า ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน
  • เมื่อตาหยุดทำ fixation จุดสนใจจะอยู่ที่ Fovea เป็นจุดที่ชัดที่สุด ที่ส่งรายละเอียดมากมายไปยังสมอง
  • พื้นที่อยู่รอบ fovea เีรียกว่า peripheral vision เป็นภาพที่สายตา เห็นลางๆ แต่ก็ยังส่งข้อมูลนี้ไปยังสมอง
  • เราไม่จำเป็นต้องอ่านออกเสียง (ในใจ) เพื่อให้เข้าใจ
  • การอ่านได้เร็ว จะเพิ่มขีดความสามารถในการทำความเข้าใจ(comprehension) เนื่องจากมีข้อมูลมากองรวมไว้ในความจำระยะสั้นได้มากที่จะผูกเป็นเรื่องราว/ภาพความเข้าใจ

วิธีการแก้ไขการอ่านช้า

  • เพิ่มขนาดของ Fovea และปริมาณคำของการทำ fixation ฝึกง่ายๆ ด้วยการมองทีละหลายๆ คำ เริ่มจาก สอง/สาม หรือทั้งประโยค
  • ใช้ข้อมูลจาก peripheral vision ช่วยในการอ่านแบบกวาด อย่างรวดเร็ว (ให้ fovea อ่านเฉพาะส่วนกลางของคอลัมน์)
  • หัดอ่านไม่ออกเสียงในใจ Subvocalisation หรือ Subsonic ฝึกง่ายๆ ด้วยการนับในใจ "หนึ่ง สอง สาม ...สิบ หนึ่ง.." ไปเรื่อยๆ ขณะอ่าน จะทำให้สมองส่วนหนึ่งที่ควบคุมการอ่านออกเสียงไม่ทำงานกับ เนื้อหาที่กำลังอ่านอยู่
  • เมื่อทำได้ ข้อมูลจะไหลเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็วแบบ thought stream ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านอยู่ในขั้นที่มีสมาธิมาก หรือบางเทคนิคจะเรียกวิธีนี้ว่า เป็นการ "สะกดจิต"
ลองทำดูนะครับ และนำไปสอนนักเรียน ลูก หลาน
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคนทั้งประเทศอ่านได้เร็ว (และเข้าใจ) ได้เร็วขึ้นสองเท่า
ประเทศน่าจะพัฒนาเร็วขึ้น กว่านี้อาจมากกว่าสองเท่าก็ได้
เด็กมีความเครียดน้อยอง มีเวลาเล่นมากขึ้น มีเวลาจินตนาการ
ไม่ต้องท่องจำ เมื่อเข้าใจก็สามารถตอบคำถามเหมือนกับที่อาจารย์เข้าใจ

ในกรณีที่ต้องการท่องจำ ให้ใช้ Peg Memory มาช่วย

Personal tools